น้ำตาไหลตั้งแต่พาร์ทแรกยันพาร์ทสุดท้าย มันเปี่ยมทั้งความสุข ความเหงา ความอบอุ่น เหมือนได้เดินทางเรียนรู้ร่วมกับน้องโกฮังและเจ้านายทั้งสาม ในเส้นทางชีวิตและบททดสอบที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่ละพาร์ท มันมี slices of life ที่แตกต่างกันไป
พาร์ทแรก : โคตรจะ GDH ฟีลกู๊ดยิ้มกรุบ มีโมเมนต์ให้ขบขัน แถมเป็นพาร์ทที่เราว่ามันเล่นกับฟีลลิ่งคนดูโดยไม่ต้องเซ็ตอะไรมากมาย แต่ทำเราซึ้งน้ำตาไหลได้เฉย เหมือนค่อยๆให้เราผูกพันธ์กับน้องโกฮังและฮิโระซัง เป็นจุดสตาร์ทของหนังที่ทำให้ใจพองจากความเป็นธรรมชาติจริงๆ
พาร์ทสอง : ชอบประเด็นการใช้สุนัขและสัตว์มาบังหน้าเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้ตนเอง หรือการหากินกับสัตว์แบบผิดกฏหมาย เป็นพาร์ทที่รู้สึกหน่วงๆแต่ก็อาจเป็นความตั้งใจของผู้สร้างที่อยากให้เรารู้สึก แต่มันมีบางช่วงบางตอนที่เรารู้สึกว่ามันขาดความสมเหตุสมผลและเหมือนจัดวางให้เกิดเหตุการณ์ไปหน่อย เหมือนบิ้วว่าพาร์ทนี้มันหน่วงมันดาร์คนะ มันเลยประโคมความดำให้สุด แต่มันขาดน้ำหนักบางอย่างไป สิ่งที่ดีคือการแสดงของ โป มะมี ตา ที่เล่นเป็น น้ำชา เขาดูมีเสน่ห์ดีเลยเวลาแสดง
พาร์ทสาม : เป็นพาร์ทที่มีความเป็นหนังวัยรุ่น GDH อยู่พอตัว ทั้งตัวละครและสถานการณ์ต่างๆ โดยมีเส้นเรื่องของโกฮังในช่วงสูงวัยเข้ามา ซึ่งมันทำได้ดีในการนำเสนอที่พักพึงในยามแก่ของหมาจรควบคู่ไปกับพาร์ทคน แม้เราจะแอบรู้สึกว่าพอพาร์ทคนมันวางคาแรกเตอร์ตัวละครมาแบบนั้นมันเลยขาดอารมณ์เอาใจช่วยไปบ้าง แต่ดีที่หนังมันจัดวางหาทางลงที่โอเคให้ตัวละครอยู่ ช่วงท้ายดึงอารมณ์เราแบบบิ้วชนิดที่ว่ายังไงก็ต้องเขื่อนแตก น้ำตาไหล
สุดท้ายแล้วไม่ว่าใครก็หวังเพียงที่พึ่งพิงในยามสุขทุกข์ให้ได้เอนตัวลงนอน อาจจะเป็นบ้านหรือใครซักคน(หรือซักตัว) ที่ทำให้เรารู้สึกว่ายังมีที่พึ่งพิงอยู่ตรงนั้นเสมอ และแน่นอนว่าหนังมันทำมาเพื่อสุนัขจรจัดทุกตัวที่ร่อนเร่อยู่ข้างนอก ทุกตัวควรได้รับการดูแล, ได้รับความรักความเมตตา ไม่ควรมีตัวไหนที่ต้องเปล่าเปลี่ยวหรือถูกทอดทิ้ง
ในฐานะคนที่เลี้ยงสัตว์คนหนึ่ง หนังมันเข้าใจทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงจริงๆ ไม่ทำร้ายจิตใจจนเกินไป และเข้าใจในความรู้สึกผูกพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงจริงๆ เราอิ่มเอมมากจริงๆ น้ำตาไหลจมูกแดงตาบวมไปหมด