attb1991

attb1991

Movie Addict, 90's-Millennium Kid

Favorite films

  • Roman Holiday
  • The Sound of Music
  • Chicago
  • The Help

Recent activity

All
  • Together

    ★★★½

  • Star Wars: The Mandalorian and Grogu

    ★★★½

  • The Sheep Detectives

    ★★★★

  • Longlegs

    ★★★½

Recent reviews

More
Together
★★★½ Liked Watched

รักกันดูดดื่มปานจะกลืนกิน

ส่วนตัวชอบประเด็นความรักความสัมพันธ์ที่หนังใส่มา โดยเฉพาะการวางคาแรกเตอร์ตัวละครให้มีลักษณะไม่น่าชื่นชมและเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง ให้เราคนดูรู้สึกว่าต่างฝ่ายต่างมีช่องว่างความผิดพลาดที่ต่างกันและรอการเติมเต็มกันและกัน รวมถึงการตั้งคำถามในแง่ความสัมพันธ์ การยอมรับในข้อผิดพลาด, ความไม่สมบูรณ์ของอีกฝ่าย ไปจนถึงการใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันนับจากนี้ตลอดไป ว่าเราจะสามารถใช้ชีวิตร่วมกับอีกคนไปตลอดได้หรือไม่ ลูกเล่นฉากสยองขวัญที่ใส่มาอันนี้เป็นสิ่งที่ชอบเป็นพิเศษ มันเล่นกับความนิ่งแล้วฮุกคนดูทันที หลายฉากทำใจสั่นขนลุกไปหมด การเซ็ตซีนแพนกล้องหลายๆฉากชวนปั่นประสาทดี ยิ่งฉากไหนสาดแสงสีน้ำเงินมาคือเตรียมเลย แต่พอหนังมันเดินเรื่องไปจนถึงบทสรุปแล้วก็แอบรู้สึกว่ามันค่อนข้างรวบรัดตัดตอนกับสิ่งที่อุตส่าห์ปูมา ทั้งปมต่างๆ, conflict ตัวละคร ที่มันน่าจะขยี้อะไรบางอย่างได้อีก แต่ภาพรวมก็ค่อนข้างสนุกกับหนังอยู่นะ

Star Wars: The Mandalorian and Grogu
★★★½ Liked Watched

This is the way!!!

ปะป๊าดิน จารินและลูกน้อยโกรกูกับภารกิจครั้งใหม่ ถ้าใครที่ได้ดูซีรีส์มาก็จะพบรสชาติที่คุ้นเคย สไตล์การเดินเรื่องคงเดิม เน้นการทำภารกิจของสองพ่อลูก ซึ่งจริงๆไม่ต้องดูซีรีส์มาก็ดูได้เลย เพราะมันไม่ได้โยงอะไรไปถึงซีรีส์มาก แต่ถ้าดูมาก็จะเข้าใจความสัมพันธ์ตัวละครแมนโดกับโกรกูขึ้น ฉากแอ็คชั่นสนุกและมาถี่ๆ ซึ่งมันช่วยชูรสให้หนังดูสนุกได้จริงๆ แต่เสียดายที่เนื้อเรื่องมันค่อนไปทางเบาๆ ไม่ได้ซับซ้อน ซึ่งถ้าหวังรสชาติแบบ saga ภาคต้น เรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ มันเป็นแนวคาวบอยอวกาศ ซามูไรพ่อลูกอ่อนกระเตงกันเดินทางตามวิถีมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันเป็น Star Wars ที่ทุกคนสามารถมาดูแบบปล่อยจอยๆเอาสนุก มาดูความน่ารักจนใจเจ็บของน้องโกรกูที่ขโมยซีนทุกฉาก การได้กลับมาดูหนัง Star Wars บนจอใหญ่ๆอีกครั้งก็ made my day และมีความสุขดีแท้เลย

Popular reviews

More
Gohan
★★★½ Liked Watched

น้ำตาไหลตั้งแต่พาร์ทแรกยันพาร์ทสุดท้าย มันเปี่ยมทั้งความสุข ความเหงา ความอบอุ่น เหมือนได้เดินทางเรียนรู้ร่วมกับน้องโกฮังและเจ้านายทั้งสาม ในเส้นทางชีวิตและบททดสอบที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่ละพาร์ท มันมี slices of life ที่แตกต่างกันไป

พาร์ทแรก : โคตรจะ GDH ฟีลกู๊ดยิ้มกรุบ มีโมเมนต์ให้ขบขัน แถมเป็นพาร์ทที่เราว่ามันเล่นกับฟีลลิ่งคนดูโดยไม่ต้องเซ็ตอะไรมากมาย แต่ทำเราซึ้งน้ำตาไหลได้เฉย เหมือนค่อยๆให้เราผูกพันธ์กับน้องโกฮังและฮิโระซัง เป็นจุดสตาร์ทของหนังที่ทำให้ใจพองจากความเป็นธรรมชาติจริงๆ

พาร์ทสอง : ชอบประเด็นการใช้สุนัขและสัตว์มาบังหน้าเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้ตนเอง หรือการหากินกับสัตว์แบบผิดกฏหมาย เป็นพาร์ทที่รู้สึกหน่วงๆแต่ก็อาจเป็นความตั้งใจของผู้สร้างที่อยากให้เรารู้สึก แต่มันมีบางช่วงบางตอนที่เรารู้สึกว่ามันขาดความสมเหตุสมผลและเหมือนจัดวางให้เกิดเหตุการณ์ไปหน่อย เหมือนบิ้วว่าพาร์ทนี้มันหน่วงมันดาร์คนะ มันเลยประโคมความดำให้สุด แต่มันขาดน้ำหนักบางอย่างไป สิ่งที่ดีคือการแสดงของ โป มะมี ตา ที่เล่นเป็น น้ำชา เขาดูมีเสน่ห์ดีเลยเวลาแสดง

พาร์ทสาม : เป็นพาร์ทที่มีความเป็นหนังวัยรุ่น GDH อยู่พอตัว ทั้งตัวละครและสถานการณ์ต่างๆ โดยมีเส้นเรื่องของโกฮังในช่วงสูงวัยเข้ามา ซึ่งมันทำได้ดีในการนำเสนอที่พักพึงในยามแก่ของหมาจรควบคู่ไปกับพาร์ทคน แม้เราจะแอบรู้สึกว่าพอพาร์ทคนมันวางคาแรกเตอร์ตัวละครมาแบบนั้นมันเลยขาดอารมณ์เอาใจช่วยไปบ้าง แต่ดีที่หนังมันจัดวางหาทางลงที่โอเคให้ตัวละครอยู่ ช่วงท้ายดึงอารมณ์เราแบบบิ้วชนิดที่ว่ายังไงก็ต้องเขื่อนแตก น้ำตาไหล

สุดท้ายแล้วไม่ว่าใครก็หวังเพียงที่พึ่งพิงในยามสุขทุกข์ให้ได้เอนตัวลงนอน อาจจะเป็นบ้านหรือใครซักคน(หรือซักตัว) ที่ทำให้เรารู้สึกว่ายังมีที่พึ่งพิงอยู่ตรงนั้นเสมอ และแน่นอนว่าหนังมันทำมาเพื่อสุนัขจรจัดทุกตัวที่ร่อนเร่อยู่ข้างนอก ทุกตัวควรได้รับการดูแล, ได้รับความรักความเมตตา ไม่ควรมีตัวไหนที่ต้องเปล่าเปลี่ยวหรือถูกทอดทิ้ง

ในฐานะคนที่เลี้ยงสัตว์คนหนึ่ง หนังมันเข้าใจทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงจริงๆ ไม่ทำร้ายจิตใจจนเกินไป และเข้าใจในความรู้สึกผูกพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงจริงๆ เราอิ่มเอมมากจริงๆ น้ำตาไหลจมูกแดงตาบวมไปหมด

Frozen Hot Boys
★★★ Watched

หนังเบียวมากกกก แต่ดันสนุกเฉย แม้จะปล่อยมุกเรี่ยราดจนรู้สึกดูขาดๆเกินๆไป แต่พอดูเอาบันเทิงแล้วมันสนุกใช้ได้อยู่นะ ท่ามกลางโทนเรื่องที่ไปทางคอเมดี้เป็นหลัก ก็มีประเด็นมิติของตัวละครที่มีความดาร์คแอบแฝงอยู่ โดยเฉพาะประเด็นสังคมกับการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งหนังไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ากำลังฟอกขาวคนผิดเพราะตัวละครก็ได้รับผลจากการกระทำที่ก่อโดยไม่มีข้ออ้างใดๆมากลบล้าง แต่ทำให้เห็นว่าบางครั้งชีวิตก็เลือกไม่ได้ หลายพาร์ทเล่นจุกเหมือนกัน ทีมนักแสดงกลมกลืนกันดีไม่มีใครโดดหรือดรอปกว่าใคร จนเรารู้สึกเริ่มผูกพันธ์กับตัวละครในเรื่องเรื่อยๆในระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมง