การเล่นสวาท (ผู้ชายกับผู้ชาย) บังเกิดขึ้นในชนชั้นสูง
เมื่อการเล่นสวาท (ผู้ชายกับผู้ชาย) บังเกิดขึ้นในรั่ววัง
คณะ "ละครนอก" ในราชสำนักที่ต้องเล่นเป็นตัวพระหรือตัวนาง ก็จะต้องใช้ผู้ชายแต่งกายเป็นหญิง ว่ากันว่าคณะละครของพระองค์เจ้าไกรสรนั้น เล่นดีไม่มีคณะไหนเทียมติด ครั้นเดินทางไปไหน พระองค์เจ้าไกรสรก็มีพวกนายละครแห่แหนหน้าตาคมสัน ผิวขาวบอบบาง แล้วพระองค์เจ้าไกรสรยังได้เอาใจใส่ให้เงินทองของใช้อย่างล้นหลาม แต่งตัวกันอย่างหรูหรา นุ่งผ้าราคาแพง สวมแหวนเพชร ผัดหน้า วางท่ากรีดกราย เป็นที่ขัดนัยน์ตาของผู้แลเห็น กระทั่งยอมให้พวกละครแต่งกายเป็นหญิงออกงานอย่างงานลอยกระทง
พระองค์เจ้าไกรสร ทรงหมกมุ่นหลงใหลอยู่กับนายละคร ถึงกลับนอนค้างในเก๋งในเรือนร่วมกับพวกนักแสดง ไม่กลับเวียงวังเข้าห้องหับกับหม่อมห้ามนางในแต่อย่างใด มีบันทึกไว้ในหนังสือพิมพ์จดหมายเหตุ สยามว่า นายละครคนโปรดของท่านคือ นายขุนทอง รองลงมาคือ นายแย้ม ทั้งสองคนได้รับการชุบเลี้ยงให้อยู่ดีกินดีเป็นพิเศษ
การ "เล่นสวาท" หรือกิจกรรมทางเพศระหว่างชายกับชาย ถือเป็นเรื่องเสื่อมเสียอย่างมากทั้งกับตัวและตระกูล เพราะเป็นชายแต่มิได้ทำหน้าที่อย่างชาติชาย คือ ดูแลครอบครัวและสืบเชื้อสายเผ่าพันธุ์ กลับไปงมงายเล่นสวาทกับชายด้วยกัน
พฤติการณ์ของหม่อมไกรสรในขณะนั้น ชาวบ้านร้านช่องล้วนแต่ทราบทั้งสิ้น เพราะท่านไม่ได้ "แอบ" ตัวเองแต่อย่างใด ท่านมีรสนิยมส่วนตัวอย่างไร ก็ "แสดงออก" กันให้เห็นกันตรงๆ "ไม่เอาธุระ" แก่สายตาผู้ใดทั้งสิ้น เหตุผลหนึ่งก็เพราะว่า ท่านนักเลงพอ และท่านก็มีอำนาจบารมี ไม่มีผู้ใดกล้าแตะ แม้แต่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3ก็ให้ความเกรงอกเกรงใจ จึงไม่ต้องเรียกร้องให้สังคมยอมรับเหมือนในยุคต่อๆ มา
ด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีอำนาจมากมายก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะอริสัตรูคอยใส่ความจ้องจะจับผิดทุกย่างก้าว เมื่อท่านถูกถามถึงเรื่องเล่นสวาทนี้คราวสอบสวนความผิดฐานเป็นกบฏ ท่านก็ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า "การที่ไม่อยู่กับลูกกับเมียนั้นไม่เกี่ยวข้องต่อการแผ่นดิน" ยืนยันความเป็นตัวเองอย่างชัดแจ้ง
บันทึกนี้ มีความน่าสนใจอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ ได้มีรับสั่งให้เอาพวกละครมาทำการสอบสวนไต่ถาม ได้ความว่าเป็นสวาทจริงแต่ไม่ถึงกับชำเรา เป็นเพียงการ "เอามือของนายละครและมือของท่านกำคุยหฐานด้วยกันทั้งสองฝ่าย ให้สำเร็จภาวะธาตุเคลื่อนพร้อมกัน" (แอดมินขออธิบายความหมายนะครับ 18+หน่อยนะครับ) คือ” เป็นเพียงการเอามือมาจับอวัยวะเพศให้กันและกัน จากนั้นก็ช่วยเหลือกันจนสำเร็จเสร็จกิจด้วยกันทั้งคู่”
จากภาพด้านบน เป็นภาพตัวอย่างเหล่าละครนอกในขณะทำการแสดงในสมัยรัชกาลที่4ถึงต้นรัชกาลที่5
จากภาพด้านล่าง เป็นภาพตัวอย่างการแต่งกายเป็นหญิงของผู้ชายในการแสดงละคร ช่วงสมัยรัชกาลที่6 ในภาพคือ เจ้าพระยารามราฆพ และพระยาอนิรุทธเทวา
อยากให้หลายๆท่านมองในเชิงประวัติศาสตร์ อย่าคิดว่าเป็นการเปิดโปรงหรือรื้อฟื้นใดๆเลยนะคะ
อ่านอย่างมีสติค่ะ
///////////////////////////////////////////////
เครดิตดีๆ....เพจคลังประวัติศาสตร์ไทย
โหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?
ลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชี
5 ผลไม้ไทยหากินยาก ชื่อคุ้นบ้างไม่คุ้นบ้าง แต่เคยอยู่ในครัวเก่า
กู้ภัยลาวเร่งช่วย 7 ชีวิตติดถ้ำไซสมบูน หลังน้ำป่าปิดทางออก
10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
ไทยช่วยไทยพลัส 333 บาทต่อวัน พอช่วยค่าข้าวจริงไหม
เจาะรหัสลับ "แปลปกสลากฯ" ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 69
ปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์
5 ผลไม้ไทยหากินยาก ชื่อคุ้นบ้างไม่คุ้นบ้าง แต่เคยอยู่ในครัวเก่า
แตงกวาพอกหน้าได้ไหม เคล็ดลับผิวสดชื่นแบบบ้าน ๆ ที่ต้องใช้ให้ถูก
TH-AI Passport งบ 1,621 ล้าน แจก AI ฟรี 5 ล้านสิทธิ์ แต่คำถามเรื่องข้อมูลยังตามมา
สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ขณะดีลสันติภาพยังค้างบนโต๊ะเจรจา
ดูแลสุขภาพไม่เสียเงินสักบาท ด้วยใบมะระขี้นก
ตำรวจไทยปลอมตัวจับผู้ต้องหา 5 เคสไวรัล ตั้งแต่นักเต้นถึงสิงโตดู Hot Topic ทั้งหมด